ชื่อภาษาอังกฤษ: Waterkanon, Watrakanu, Minnieroot, Iron root,
Feverroot, Popping pod, Cracker plant, Trai-no, Toi ting
ชื่อวิทยาศาสตร์: Ruellia tuberosa Linn.
จัดอยู่ในวงศ์: ACANTHACEAE
สมุนไพรต้อยติ่ง: มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ ต้อยติ่งไทย (Hygrophila erecta Hochr. หรือ Hygrophila
guadrivalvis Nees.) ซึ่งเป็นต้อยติ่งดั้งเดิมในบ้านเราซึ่งในปัจจุบันคงได้เห็นน้อยลงทุกที
และ ต้อยติ่งฝรั่ง (Ruellia tuberosa
Linn.) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในช่วงฤดูฝนทั่วเมืองไทย
แต่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเขตร้อนนะครับ (บางแห่งเรียกว่า “ต้อยติ่งเทศ”) ซึ่งทั้งสองชนิดลักษณะของดอกก็จะคล้ายๆกัน
แต่จะแตกต่างกันที่ใบ และต้นต้อยติ่งฝรั่งจะต้นเล็กกว่าต้อยติ่งไทยแต่จะโตเร็วกว่า
โดยต้อยติ่งที่ดอกเป็นสีม่วงคราม สีชมพู หรือดอกสีขาว จะพบได้ไม่บ่อยนัก
ซึ่งชนิดนี้เราจะเรียกว่าต้อยติ่งฝรั่ง ลักษณะของใบจะเรียวยาวแคบ
ออกเป็นสีน้ำตาลแดง มีดอกสีม่วง สีขาว หรือสีชมพู
ส่วนสรรพคุณทางยาของต้อยติ่งฝรั่งก็จะคล้ายๆกับต้อยติ่งไทย
โดยต้อยติ่งฝรั่งนี้จะปลูกง่ายหน่อยและนิยมนำมาปลูกไว้ตามหน้าบ้าน
ลักษณะ:
ต้นต้อยติ่ง จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีลำต้นสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร
(ถ้าเป็นต้อยติ่งไทยจะมีความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร)
ตามลำต้นจะมีขนอ่อนๆ ขึ้นปกคลุมอยู่เล็กน้อย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
(แต่ปกติก็เป็นไม้พรรณไม้ที่ขึ้นง่ายตามที่รกร้างว่างเปล่าทั่วๆไปอยู่แล้ว)
ใบต้อยติ่ง ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เรียงกันเป็นคู่ๆ
ไปตามข้อต้น ใบมีสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปมนรี ปลายใบมน โคนใบแหลม
ขอบใบเรียบไม่มีจัก แต่อาจจะมีคลื่นเล็กน้อย ขนาดความกว้างของใบประมาณ 1-1.5 นิ้ว และยาวประมาณ 2.5-3 นิ้ว
ดอกต้อยติ่งฝรั่ง จะออกดอกเป็นช่อหรือบางทีก็ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบที่ส่วนยอดของต้น
ดอกมีสีม่วง ลักษณะของดอกคล้ายรูปกรวยปลายดอกแยกออกเป็น 5 กลีบ
มีเกสรอยู่กลางดอก 4 อัน อันสั้น 2 อัน
และอันยาว 2 อัน
ผลต้อยติ่ง หรือ ฝักต้อยติ่ง (เม็ดเป๊าะแป๊ะ, เมล็ดต้อยติ่ง) ลักษณะเป็นฝักยาว มีความยาวประมาณ 1 นิ้วกว่า
ถ้าผลได้รับความชื้นหรือถูกน้ำมากๆ ผลก็จะแตกออกเป็น 2 ซีก
และภายในผลจะมีเมล็ดอยู่ 8 เมล็ด
![]() |
| ดอกต้อยติ่ง |

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น